กรมสุขภาพจิต แนะการใช้ชีวิตสังคมเมือง

กรมสุขภาพจิตแนะวิธีการใช้ชีวิตในสังคมเมือง ขอให้ประชาชนใช้หลัก “ใจเขาใจเรา” ดึงความเอื้ออาทร ความมีน้ำใจ ที่เป็นจุดแข็งของวัฒนธรรมไทย มาใช้เพื่อลดปัญหาความรุนแรงในสังคมและให้ใช้สติในการแก้ปัญหา พร้อมทั้งสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจ สามารถปรับตัวรับเหตุการณ์เฉพาะหน้า โดยหมั่นออกกำลังกาย นอนพักผ่อนให้เพียงพอ หากปัญหาเกินรับมือให้โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง

จากกรณีข่าวการทุบรถกระบะที่ย่านประเวศ กทม. เนื่องจากไม่สามารถขับรถออกจากบ้านได้ จนนำไปสู่การนำขวานไปฟันรถ และกลายเป็นคลิปดังที่เผยแพร่ไปยังโลกออนไลน์ ความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าว นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ให้สัมภาษณ์ว่า กรณีข่าวที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ สะท้อนถึงปัญหาสังคมที่สืบเนื่องมาจากปัญหาเศรษฐกิจและการขยายตัวของสังคมเมืองที่มีแนวโน้มมากขึ้น และส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตความเป็นอยู่และภาวะจิตใจของประชาชน มีความเสี่ยงเกิดความรุนแรง เช่น การทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกาย จึงขอให้ประชาชน ใช้ความรักใคร่ ปรองดอง เอื้ออาทร “ใจเขาใจเรา” ที่เป็นวัฒนธรรมพื้นฐาน จุดแข็งของคนไทยมาใช้ในสังคมเมือง โดยไม่ควรเพิกเฉยต่อปัญหารอบข้าง ขอให้ช่วยเหลือกัน ปัญหาเพื่อนบ้านก็เหมือนปัญหาของเราด้วย เพราะหากไม่ช่วยเหลือกันปัญหานั้นจะกลับมาส่งผลกระทบต่อเราในอนาคตเช่นกัน

ทางด้านนายแพทย์อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ โรงพยาบาลศรีธัญญา กล่าวว่า เรื่องการใช้ชีวิตประจำวันในสภาพสังคมเมืองมักเกิดจะเกิดความเครียดโดยไม่รู้ตัว และเป็นเหตุการณ์เฉพาะหน้า ขอให้ประชาชนตั้งสติ ควบคุมตัวเองให้ได้ โดยเฉพาะอารมณ์โกรธและนำมาซึ่งพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ได้ ดังนั้นเมื่อมีความโกรธเกิดขึ้น ขอให้ใช้วิธีจัดการกับความโกรธโดย ตั้งสติ รู้ตัวเองว่า “โกรธ” ให้ผ่อนคลายอารมณ์โดยการหายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ หรือใช้วิธีการนับเลขต่อเนื่อง เช่น 1-10 , 1-50 เป็นต้น จะช่วยคลี่คลายสถานการณ์จากหนักเป็นเบาได้ หากประเมินแล้วควบคุมได้ยากหรือสถานการณ์มีความเครียดและมีความเสี่ยงอาจเกิดการปะทะกันขอให้ออกจากสถานการณ์ไปก่อนจะช่วยสงบอารมณ์ได้

นายแพทย์อภิชาติ กล่าวต่อไปว่า ผู้ที่มีความเครียดสะสม จะมีความอดทนต่ำเมื่อเผชิญสถานการณ์ที่ไม่พึงประสงค์หรือไม่ถูกใจ ดังนั้นประชาชนจะต้องฝึกการสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจให้เข้มแข็ง พร้อมที่จะปรับตัว เผชิญกับปัญหาโดยไม่เกิดคามเครียด โดย ออกกำลังกายให้พอเพียงอย่างน้อยวันละ 30 นาที อาทิตย์ละอย่างน้อย 3 วัน พักผ่อนให้เพียงพอ เช่น การนอนหลับ หรือไปเที่ยว ซึ่งจะต้องไม่เหนื่อยจนเกินไป และประการสำคัญ ประชาชนควรสำรวจตัวเองว่าเครียดอะไรและการหาวิธีจัดการความเครียดโดยเริ่มจากเรื่องที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด หรือความรุนแรง ที่จะส่งผลกระทบ หากบางเรื่องแก้ไขไม่ได้และอาจส่งผลรุนแรง สามารถขอคำปรึกษาจากคนอื่นที่ไว้ใจได้ หรือโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง หรือ 191

You may also like